SEO คืออะไร?

Search Engine Optimization Blog Cover

SEO คืออะไร ? คำถามนี้เกิดขึ้นมากมาย เนื่องจากเมื่อก่อน บริษัทหรือองค์กรต่างๆ มีเว็บไซต์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือเท่านั้น โดยไม่ได้คำนึงถึงการใช้ประโยชน์ของเว็บไซต์อย่างเต็มที่ ทำให้ไม่เกิดความคุ้มค่าในการลงทุนทำเว็บไซต์ เมื่อเวลาผ่านไปผู้คนทั่วโลก มีการใช้งาน SEARCH ENGINE มากขึ้น และมันคือโปรแกรมที่ช่วยในการสืบค้นข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต โดยผู้ใช้จะต้องกรอก KEYWORD สำคัญที่ต้องการค้นหา และ SEARCH ENGINE จะแสดงผลการค้นหาออกมา เป็นเว็บไซต์หลายๆ เว็บไซต์ ที่มีความเกี่ยวข้อง ด้วยเหตุผลนี้เอง เว็บไซต์ต่าง ๆ ย่อมต้องการให้เว็บไซต์ของตัวเองติดอยู่ในอันดับต้นๆ ของการค้นหาจึงเป็นที่มาของการทำ SEARCH ENGINE OPTIMIZATION (SEO) นั่นเอง

1. SEO คืออะไร?

SEO ย่อมาจาก SEARCH ENGINE OPTIMIZATION คือ การปรับแต่งเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับการทำงานของ SEARCH ENGINE โดยเป้าหมายของการทำ SEO คือ ทำให้เว็บไซต์ของคุณ ปรากฏในลำดับต้นๆของผลการค้นหา ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการออกแบบ และเนื้อหาบนเว็บไซต์ การทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับบน GOOGLE ส่งผลให้ปริมาณ ORGANIC TRAFFIC เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปริมาณผู้ชมเว็บไซต์พุ่งสูง โดยไม่ต้องเสียเงินโปรโมทมากมาย

**คนส่วนใหญ่เลือกคลิกเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
จากการสำรวจของเว็บไซต์ HIGHERVISIBILITY พบว่าผู้เสิร์ชจะเลือกคลิกเว็บไซต์ที่อยู่ในหน้าแรกมากถึง 95% เลือกคลิกเว็บที่อยู่อันดับหนึ่งถึง 32% อันดับสอง 16% และอันดับสาม 10% ไล่ลงมาตามลำดับ เว็บไซต์ที่อยู่หน้า 2 มีคนคลิกเฉลี่ยอยู่ที่ 1%

2. SEO มีประโยชน์อย่างไร?

2.1 ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ

การทำ SEO ที่ดีจะทำให้มีคนเยี่ยมชมเว็บไซต์เรามากขึ้นและสม่ำเสมอ ซึ่งเมื่อเว็บไซต์เราเกิดความน่าเชื่อและเริ่มเป็นที่รู้จักแล้ว ย่อมส่งผลต่อผู้บริโภค เพราะโดยส่วนมากแล้วจะมีความรู้สึกว่าสินค้าหรือบริการนั้นๆ ได้รับความนิยมสูงกว่าคู่แข่งขันที่มีอันดับตํ่ากว่า และมีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของลูกค้า

*** จากการศึกาษาจากเว็บไซต์ต่างประเทศ พบว่า 67% ของการคลิ๊กบน GOOGLE นั้น เกิดขึ้นจากผลการค้นหา 5 อันดับเเรก ดังนั้น นี่จึงเเสดงให้เห็นว่า ยิ่งอันดับของเว็บเราอยู่สูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งสร้างความน่าเชื่อถือ ความเป็นที่รู้จัก รวมถึงโอกาสในการทำเงินมากขึ้นด้วยเช่นกัน

2.2 ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำการตลาด

การทำ SEO นั้น เมื่อเราไปเทียบกับการลงโฆษณาประเภทอื่นๆ เช่น การซื้อโฆษณาต่าง ๆ ย่อมเป็นช่องทางที่ลงทุนด้วยต้นทุนต่ำที่สุด แต่สิ่งที่สำคัญและก็ต้องสร้างสรรค์อยู่เสมอ คือ

2.2.1 คอนเทนต์ที่ใหม่และให้คุณค่าแก่ผู้อ่าน

2.2.2 การออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์อยู่

2.2.3 การเลือก KEYWORD

2.2.4 การเชื่อมโยง LINK ต่าง ๆ

2.3 สร้างการจดจำแบรนด์

การทำ SEO นั้น สามารถทำการวางแผนในการสร้าง BRAND ควบคู่กันไปได้ เพื่อสร้างการจดจำกับ Brand สินค้าและบริการได้ และการที่ผู้ชมค้นหาข้อมูลด้วย “KEYWORD” หรือคำค้นหาที่เกี่ยวข้อง แล้วปรากฎเว็บของเราในหน้าผลการค้นหา ยิ่งเป็นหน้าต้นๆ ด้วยแล้ว ย่อมทำให้ BRAND ของเราปรากฎสู่สายตาผู้ชมได้อย่างมากมาย ช่วยสร้างการจดจำ BRAND ได้ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

2.4 ช่วยเพิ่มฐานลูกค้า

การค้นหาเกิดจากความต้องการของผู้ที่สนใจ การที่มาจาก SEARCH ENGINE นั้น ส่วนมากมักมีความสนใจในสินค้าหรือบริการอยู่แล้ว และถ้าเว็บไซต์สามารถตอบโจทย์ความต้องการแล้ว มีโอกาสสูงที่ “ผู้ที่สนใจ” เหล่านั้นจะเปลี่ยนเป็น “ลูกค้า” คนใหม่ของคุณได้

2.5 สร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ

ในการทำ SEO ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันบน SEARCH ENGINE ชั้นนำ อย่าง GOOGLE เท่านั้น แต่หากเว็บเราทำอันดับได้ดี ก็ย่อมได้เปรียบคู่แข่งในประเภทธุรกิจเดียวกันด้วย เพราะถึงใช้ KEYWORD เดียวกัน แต่ลูกค้าก็จะเห็นสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์เราก่อนคู่แข่งนั่นเอง

2.6 โปรโมทธุรกิจได้ทุกที่ทุกเวลา

ผลลัพธ์ของการทำ SEO ที่ประสบความสำเร็จ ย่อมทำให้การแสดงผลของสินค้าและบริการติดอยู่บน SEARCH ENGINE ลูกค้าสามารถเข้าชมสินค้าและบริการของเราทุกที่ทุกเวลา เหมือนกับหน้าร้านออนไลน์ ที่สินค้าหรือบริการของเรา วางอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด ที่มีโอกาสขาย

3. SEO มีขั้นตอนการทำงานอย่างไร?

3.1 กำหนดวัตถุประสงค์

ก่อนจะเริ่มต้นวิธีทำ SEO เราควรกำหนดจุดประสงค์ในการทำให้ชัดเจน ว่าต้องการให้เว็บไซต์เพื่ออะไร รวมถึงการบริหารจัดการ การใช้งบในส่วนต่างๆ ซึ่งเรื่องเหล่านี้หากคุณไม่วางแผนล่วงหน้าอาจทำให้งบบานปลายได้ เพื่อให้การทำงานต่างๆ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

3.2 กำหนด KEYWORD

การกำหนด KEYWORD เป็นวิธีหลักที่เครื่องมือค้นหาจะเข้าใจเนื้อหาของเว็บไซต์ ด้วยการรวมคำหลักที่เกี่ยวข้องไว้ในเนื้อหาและข้อมูล KEYWORD เป็นคำหรือวลี ที่คนใช้ในการค้นหาสิ่งที่ต้องการบน SEARCH ENGINE ไม่ว่าจะเป็นการหาสิ่งที่อยากรู้ , รีวิว, วิธีการทำอะไรบางอย่าง ดังนั้นการวางแผน และเลือกใช้ KEYWORD จึงมีความสำคัญมากๆ ธุรกิจต้องมีการเข้าใจพฤติกรรมการค้นหาของลูกค้า และมีการวางแผนคำ KEYWORD หรือ SEO KEYWORD STRATEGY เพื่อให้เว็บไซต์ของเราเป็นที่รู้จัก เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจ เเละเพิ่มจำนวนคนคลิกเข้าเว็บไซต์มากยิ่งขึ้น

3.3 ออกแบบโครงสร้างเว็บไซต์ (WEBSITE STRUCTURE)

โครงสร้างเว็บไซต์ หรือ SITE STRUCTURE คือ ปัจจัยสำคัญสำหรับการทำเว็บไซต์เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานและ SEARCH ENGINE แต่ก็มักจะเป็นขั้นตอนที่หลายคนมองข้าม เนื่องจากเห็นว่าเป็นเรื่องยุ่งยากที่จะต้องมานั่งวางแผนเอาไว้ล่วงหน้าก่อน แต่เชื่อเถอะครับว่า นี่เป็นกระบวนการที่ลงแรงทีเดียวแต่จะได้ผลลัพธ์ที่ดีตามมาในภายหลังอย่างแน่นอน เพราะการรื้อเว็บไซต์เพื่อปรับปรุงโครงสร้างใหม่ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายเลย ดังนั้น ทางที่ดีที่สุด คุณควรที่จะไล่เรียง SITE STRUCTURE ให้ครบและถูกหลักก็จะเป็นตัวช่วยให้เว็บไซต์ติดอันดับของกูเกิลได้ง่ายขึ้นอีกเยอะเลยครับ

3.3.1 ช่วยทำให้ผู้ใช้งานได้ประสบการณ์ใช้งานเว็บไซต์ที่ดี
เพราะ GOOGLE ให้ความสำคัญเกี่ยวกับ USER EXPERIENCE การทำโครงสร้างเว็บไซต์ให้ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้ง่าย สะดวก ย่อมทำให้พวกเขารู้สึกพึงพอใจ และกลับมาใช้งานซ้ำเรื่อยๆ

3.3.2 SEARCH ENGINE เข้าใจเว็บไซต์ของคุณมากขึ้น
เนื่องจากโครงสร้างเว็บไซต์หรือ SITE STRUCTURE มีหน้าที่บอกว่าหน้าแต่ละหน้ากำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่ และหน้าแต่ละหน้าจะเชื่อมโยงถึงกันอย่างไร เกี่ยวข้องกันแค่ไหน

3.3.3 ช่วยในการวางแผนด้านเนื้อหาบนเว็บไซต์
โครงสร้างเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยทำให้คนทำเว็บไซต์เห็นว่า ในแต่ละหน้าควรที่จะทำเนื้อหาเป็นแบบไหน ควรมีหัวข้ออะไร เพื่อทำการจัดกลุ่มเนื้อหาให้ผู้ใช้งานสามารถได้รับข้อมูลที่ต้องการอย่างสะดวกรวดเร็วที่สุด

3.4 บทความ (CONTENT)

SEO CONTENTหรือ บทความ SEO คือ กระบวนการวางแผน สร้าง และปรับปรุงเนื้อหาหรือบทความบนเว็บไซต์ให้เหมาะสม โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อการทำ SEO (SEARCH ENGINE OPTIMIZATION) โดยจะต้องทำเนื้อหาให้สอดคล้องกับสิ่งที่ SEARCH ENGINE มองว่ามีคุณภาพทั้งด้านเนื้อหาและการทำ ON-PAGE SEO หากทำได้ดีก็จะถูกจัดอันดับบน SEARCH ENGINE ในตำแหน่งสูงๆ แน่นอนว่า ย่อมส่งผลต่อ TRAFFIC ที่เข้ามายังเว็บไซต์ที่จะสูงขึ้นตามไปด้วย

3.5 ON-PAGE SEO

ON-PAGE SEO คือ ปัจจัยภายใน เป็นการปรับแต่งคอนเทนต์ภายในเว็บเพจ และหน้าเว็บไซต์เพื่อเพิ่มโอกาสให้คอนเทนต์ถูกจัดอยู่ในลำดับที่สูงขึ้น และอยู่หน้าแรก เมื่อมีการค้นหาบนหน้าเว็บไซต์ โดยการทำ ON-PAGE SEO จะเน้นการนำเสนอผู้ใช้งานว่าหน้าเพจนี่เกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง

3.6 LINK BUILDING

การทำ LINK BUILDING นั้นถือเป็นตัวช่วยสำคัญในการทำ SEO ที่นอกจากจะทำให้เว็บไซต์ของคุณขึ้นไปยังอันดับต้นๆ ของ GOOGLE เนื่องจาก GOOGLE มีความเข้าใจเนื้อหาในเว็บไซต์ของเรามากขึ้นแล้ว ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ และคืนชีพบทความเก่าๆ ให้คนสามารถเข้าไปอ่านได้มากขึ้นอีกด้วย การสร้าง BACKLINK จากเว็บไซต์ที่มีคุณภาพนั้นเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดที่ GOOGLE และ SEARCH ENGINE ตัวอื่นๆ พิจารณา
การได้รับ BACKLINK จะบ่งบอกถึงคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และชื่อเสียงเว็บไซต์ของคุณ และแน่นอนว่ามันส่งผลต่ออันดับบน GOOGLE และโอกาสที่คนจะเจอเว็บไซต์ของคุณจากการ SEARCH
แล้ว BACKLINK คุณภาพมีลักษณะอย่างไร
– BACKLINK จากเว็บไซต์ AUTHORITY สูง
– BACKLINK มีความเกี่ยวข้อง (RELEVANT)

4. SEO วัดผลอย่างไร?

4.1 การวัดผลเชิง AWARENESS

  1. REACH : เน้นการตลาดที่เน้นเข้าถึงคนมาก ๆ ไม่เน้นการจดจำแบรนด์
  2. IMPRESSION : เน้นการแสดงผลโฆษณาที่บ่อยครั้ง เน้นการจดจำแบรนด์
  3. FREQUENCY : ตัววัดผลด้านความถี่ของการแสดงโฆษณา
  4. SEARCH ENGINE SHARE : ใช้เปรียบเทียบการแสดงผลบนหน้า SEARCH เทียบกับปริมาณการเซิจทั้งหมด
  5. VIEWABLE IMPRESSION : เน้นการแสดงผลโฆษณาที่บ่อยครั้ง เน้นการจดจำแบรนด์ และเน้นคุณภาพของการแสดงผลด้วย มีแค่บน GOOGLE ADS

4.2 การวัดผลเชิง CONSIDERATION

  1. CLICK : ดูว่ากลุ่มเป้าหมายสนใจ ADS
  2. CLICK THROUGH RATE : จะสูงเมื่อ ADS เราตรงกับกลุ่มเป้าหมาย
  3. ENAGEMENT : ดูว่ากลุ่มเป้าหมายสนใจ ADS
  4. ENAGEMENT RATE : จะสูงเมื่อ ADS เราตรงกับกลุ่มเป้าหมาย
  5. VIEW : ดูว่ากลุ่มเป้าหมายสนใจ ADS
  6. VIEW RATE : จะสูงเมื่อ ADS เราตรงกับกลุ่มเป้าหมาย และ VDO ใน 3 วิแรกดึงดูด

4.3 การวัดผลเชิง CONVERSION

  1. CONVERSION : ใช้วัดผลทางตรงกับเป้าหมายทางการตลาดเช่น ยอดขาย หรือการใช้บริการ
  2. CONVERSION RATE : เป็นตัวตัดสินและตรวจสอบว่าช่องทางการปิดการขายเรามีคุณภาพพอหรือไม่
  3. CONVERSION VALUE : ใช้วัดผลทางตรงกับเป้าหมายทางการตลาดเช่น ยอดขาย หรือการใช้บริการ
  4. AVERAGE ORDER VALUE (AOV) : ใช้เปรียบเทียบมูลค่าที่ลูกค้าให้กับแบรนด์ต่อ 1 ครั้ง
  5. BASKET SIZE : ใช้เปรียบเทียบมูลค่าที่ลูกค้าให้กับแบรนด์ต่อ 1 ครั้ง

4.4 การวัดผลแบบ PERFORMANCE MARKETING

  1. CPM : ค่าใช้จ่ายต่อ 1,000 ครั้งที่โฆษณาแสดง
  2. COST PER MILLI : COST ÷ IMPRESSION x 1,000
  3. CPC : ค่าใช้จ่ายต่อ 1 คลิก
  4. COST PER CLICK : COST ÷ CLICK
  5. CPA : ค่าใช้จ่ายต่อ 1 การบรรลุเป้าหมาย
  6. COST PER ACTION : COST ÷ CONVERSION
  7. CAC : ค่าใช้จ่ายต่อ 1 การเกิดลูกค้าใหม่
  8. CUSTOMER ACQUISITION COS : COST ÷ NEW CUSTOMER
  9. ROI : กำไร/ขาดทุนที่เกิดขึ้น ต่อต้นทุน 100 บาท
  10. RETURN ON INVESTMENT : (REVENUE – COST) ÷ COST x 100%
  11. ROAS : รายได้ที่เกิดขึ้น ต่อต้นทุน 100 บาท
  12. RETURN ON AD SPEND : REVENUE ÷ COST x 100%
  13. COS : ต้นทุนที่เกิดขึ้น ต่อรายได้ 100 บาท
  14. COST OF SALE : COST ÷ REVENUE x 100%
  15. CIR : ต้นทุนที่เกิดขึ้น ต่อรายได้ 100 บาท
  16. COST INCOME RATIO : COST ÷ REVENUE x 100%
  17. CLR : มูลค่าที่ลูกค้าแต่ละรายใช้จ่ายไปกับสินค้าหรือบริการของธุรกิจนั้นๆ ตั้งแต่เริ่มเป็นลูกค้าจนถึงวันที่เลิกเป็นลูกค้า
การวัดผลมีการและอยากให้รู้ไว้ว่า KPI ที่เราใช้ในการวัดผลสามารถเป็นอะไรก็ได้ที่ทำให้ธุรกิจสามารถพัฒนาได้ และทุก METRICS ที่เห็นจะพบได้ในการทำการตลาดออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น FACEBOOK, GOOGLE, TIKTOK และ อื่น ๆ

5. SEO สำคัญอย่างไรต่อธุรกิจ?

การทำ SEO เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะทำให้ ORGANIC TRAFFIC เข้าเวบไซด์มากขึ้น มองเห็นเว็บไซด์มากขึ้น สร้างโอกาสปิดการขายได้มากขึ้น ซึ่งทั้งหมดก็มาจาก Search Engine ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น GOOGLE, BING, YAYOO, BAIDUu อีกทั้งยังขยายกลุ่มเป้าหมายได้ตรง, ลดต้นทุนค่าโฆษณา, สร้าง BRAND AWARENESS ผ่าน CONTENT MARKETING, BRAND มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น,คุณภาพเว็บไซด์ดี

6. บทสรุป SEO

หากจะสรุปทั้งหมดอีกครั้ง การทำ SEO ก็เพื่อเพิ่ม TRAFFIC หรือจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่เป็น ORGANIC ซึ่งมีความสำคัญต่อการทำการตลาดบนช่องทางออนไลน์ โดย กลยุทธ์ SEO คือ การตลาดที่เน้นผลในระยะยาว เพิ่มยอดขายอย่างต่อเนื่องบนช่องทาง SEARCH ENGINE และยังช่วยประหยัดงบโฆษณาในระยะยาวได้พอสมควร แต่การทำ SEO ค่อนข้างใช้เวลา ต้องใจเย็น และมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ หลายคนที่ใจร้อนหันไปทำเทคนิคแบบง่ายๆ ซึ่งไม่ควรทำอย่างยิ่ง โดยเฉพาะธุรกิจที่จริงจังกับการทำธุรกิจบนช่องทางออนไลน์

Pixelondigital Logo

PIXELON COMPANY LIMITED
Endless possibilities with marketing.

We provide digital marketing that can help attract new business opportunities.
Tel : 093 294 6597

SEO Service : https://pixelondigital.com/service/#seo
Facebook : m.me/109954771996774
Line OA : https://lin.ee/FEsw57O
e-mail : sales@pixelondigital.com
#pixelon #agency #digital

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *